ทองคำกับหุ้นอาจไม่ใช่คู่ปรับอีกต่อไป Dr. Ed Yardeni นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นว่าในทศวรรษนี้ ทั้งดัชนี S&P 500 และราคาทองคำอาจพุ่งสู่ระดับ 10,000 ไปพร้อมกัน ซึ่งท้าทายความเชื่อแบบเดิมที่ว่าเมื่อหุ้นขึ้น ทองต้องลง หรือในทางกลับกัน
ทำไมทั้งสองถึงขึ้นพร้อมกันได้
โดยปกติ ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่หุ้นเป็นสินทรัพย์เสี่ยง แต่ Dr. Yardeni ชี้ว่าในยุคที่เงินล้นตลาด (liquidity-driven rally) ทั้งสองสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ หากมีปัจจัยโครงสร้างรองรับ เช่น ธนาคารกลางทั่วโลกยังผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระยะยาว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงรุนแรง
อะไรหนุนทองสู่ 10,000 ดอลลาร์
เป้าหมายที่ 10,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นการคาดการณ์ระยะยาวที่ก้าวร้าว ซึ่งต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เช่น การอ่อนค่าของดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หรือวิกฤตการเงินที่รุนแรง นอกจากนี้ การที่สถาบันต่างๆ เพิ่มสัดส่วนถือทองคำในพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาในระยะยาว
ความหมายต่อนักลงทุน
มุมมองนี้สะท้อนว่าในยุคที่การเงินขยายตัวและหนี้สาธารณะพุ่งสูง ทั้งหุ้นและทองคำสามารถเป็นผู้ได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน ในระยะสั้น ราคาทองคำยังคงผูกกับทิศทางนโยบาย Fed และผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับด้วยเงินเฟ้อ แต่ในระยะยาว 5-10 ปี โครงสร้างการคลังที่ขาดดุลสูงอาจกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่หนุนทองคำสู่ระดับสูงใหม่
แล้วอะไรต่อ?
หากมุมมองนี้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง อาจกระตุ้นให้สถาบันและนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือทองคำในพอร์ต เพราะมองว่าทองคำไม่ใช่แค่เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถให้ผลตอบแทนระยะยาวได้ในสภาพแวดล้อมที่สภาพคล่องล้นและหนี้สาธารณะสูง
สำหรับนักลงทุน
การคาดการณ์นี้เป็นมุมมองระยะยาวที่ท้าทายความเชื่อเดิม นักลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ "barbell approach" คือถือทั้งหุ้นคุณภาพสูงและทองคำในพอร์ตเพื่อรับมือทั้งโมเมนตัมการเติบโตและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตการเงินหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่

