ตลาดทองคำโลกเผชิญการปรับฐานรุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ เมื่อราคาดิ่งลง 5.7% ในวันอังคาร หลังจากเพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,381 เหรียญต่อออนซ์ ในวันจันทร์ก่อนหน้า การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณที่ว่าตลาดอาจร้อนแรงเกินไป หลังทองคำพุ่งขึ้นกว่า 50% ตลอดปี 2025 และเพิ่มขึ้น 25% ในเพียงสองเดือนที่ผ่านมา
ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำกลับมาซื้อขายที่ระดับ 4,141 เหรียญต่อออนซ์ในวันพุธ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% หลังจากทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,082 เหรียญ การร่วงลงครั้งนี้เกิดจากนักลงทุนเริ่มล็อกกำไรหลังตลาดขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีความหวังว่าความตึงเครียดการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจคลี่คลาย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมตัวเจรจาก่อนการพบกันระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในสัปดาห์หน้า
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
การปรับฐานครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากสามปัจจัย ประการแรกคือการล็อกกำไรของนักลงทุนหลังตลาดขึ้นเกินพื้นฐาน ประการที่สองคือความคาดหวังว่าสงครามการค้าสหรัฐ-จีนจะมีทางออก ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัว และประการสุดท้ายคือการสิ้นสุดเทศกาลดิวาลีในอินเดีย ซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำอันดับสองของโลก ทำให้แรงซื้อทองคำแท่งและเครื่องประดับลดลง
ความหมายต่อราคาทอง
แม้จะมีการปรับฐานรุนแรง แต่ปัจจัยโครงสร้างที่หนุนราคาทองคำในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ตลาดกำลังรอดูว่าการปรับฐานครั้งนี้จะเป็นเพียงการพักตัวชั่วคราว หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเทขายที่ยาวนานขึ้น
แล้วอะไรต่อ?
ทิศทางระยะสั้นของทองคำจะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนในสัปดาห์นี้เป็นสำคัญ หากเจรจาล้มเหลว ทองคำมีโอกาสกลับมาทดสอบแนวต้านที่ 4,300-4,400 เหรียญ อีกครั้ง แต่หากเจรจาสำเร็จและความตึงเครียดลดลง ตลาดอาจเห็นการปรับฐานต่อเนื่องลงมาทดสอบแนวรับที่ 4,082 เหรียญ
สำหรับนักลงทุน
การปรับฐานครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดทองคำมีความผันผวนสูงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระยะยาวอาจมองว่าระดับ 4,100 เหรียญเป็นโอกาสในการสะสม เนื่องจากปัจจัยโครงสร้างยังคงหนุนแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางถึงยาว สิ่งสำคัญคือต้องติดตามผลการเจรจาการค้าและความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์อย่างใกล้ชิด

