ทองคำเปิดโอกาสทดสอบจุดสูงสุดใหม่ หลังทะลุแนวต้านเทคนิคัลสำคัญหลายจุดติดต่อกัน ส่งสัญญาณว่าแรงซื้อยังไม่หมดไฟ และอาจมีพื้นที่เพิ่มขึ้นต่อในระยะสั้นถึงกลาง
ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำแสดงความแข็งแกร่งเชิงเทคนิคัลอย่างชัดเจน โดยสร้างรูปแบบ Bull Flag สมบูรณ์และทะลุออกจากกรอบ Symmetrical Triangle ขึ้นด้านบน หลังจากพยายามทดสอบแนวต้าน 4,270–4,280 ดอลลาร์ครั้งแรกไม่สำเร็จและย่อตัวลงมาที่ 4,258 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ทองคำกลับมาพยายามอีกครั้งในช่วงบ่ายและสามารถทะลุขึ้นไปได้ โมเมนตัมนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ระบบ CME หยุดชะงักเป็นเวลา 10 ชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
จากมุมเทคนิคัล ราคาทองคำกำลังทดสอบแนวต้านบริเวณ Double Bottom reversal pattern ซึ่งหากทะลุขึ้นเหนือจุดนี้อย่างมีนัยสำคัญจะเปิดทางสู่เป้าหมาย 4,385 ดอลลาร์ ขณะเดียวกัน Stochastic Oscillator ชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังแข็งแกร่งในระดับเหนือ 80 และราคายังคงซื้อขายเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ (EMA50 และ 21-day SMA) ที่ระดับ 4,095 ดอลลาร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิก
นอกจากนี้ RSI อยู่ที่ระดับ 65–66 แสดงโมเมนตัมเชิงบวกแต่ยังไม่เข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป และไม่มีสัญญาณ bearish divergence ส่งสัญญาณว่าคลื่นขาขึ้นรองยังคงมีเสถียรภาพ
ความหมายต่อราคาทอง
การที่ทองคำสามารถทะลุและปิดเหนือระดับ 4,250 ดอลลาร์อย่างยั่งยืนถือเป็นสัญญาณสำคัญที่เปิดโอกาสให้ราคาทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,277–4,278 ดอลลาร์ และเป้าหมายระยะสั้นที่ 4,300–4,345 ดอลลาร์ หากทะลุได้ ราคาจะเปิดทางสู่การทดสอบจุดสูงสุดล่าสุดที่ 4,381–4,385 ดอลลาร์ และอาจต่อไปที่ 4,410–4,500 ดอลลาร์ในระยะกลาง
ด้านแนวรับ พื้นที่ 4,200 ดอลลาร์เป็นแนวรับระยะสั้น ตามด้วย 4,180–4,185 ดอลลาร์ (61.8% Fibonacci Retracement) และ 4,155–4,171 ดอลลาร์ โดยจุดตัดสำคัญอยู่ที่ 4,073–4,095 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ 200-period EMA และเส้นแนวโน้มขาขึ้นมาบรรจบกัน
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดกำลังจับตาว่าทองคำจะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะหากมีปัจจัยพื้นฐานเข้ามาหนุน เช่น การยืนยันลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หรือสัญญาณความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะช่วยเสริมแรงให้ทองคำทดสอบจุดสูงสุดใหม่ได้
สำหรับนักลงทุน
สัญญาณเทคนิคัลชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นยังคงมีความแข็งแกร่ง นักเทรดอาจพิจารณากลยุทธ์ Long on breakout โดยตั้งจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าแนวรับสำคัญ อย่างไรก็ตาม ควรติดตามปัจจัยพื้นฐานที่อาจเข้ามาสนับสนุนหรือกดดันราคา เพราะโมเมนตัมเทคนิคัลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในระยะยาว

