ราคาทองคำปรับตัวสูงสู่ระดับ $4,260 ต่อออนซ์ สูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้ทองคำรักษาแนวโน้มขาขึ้นได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน
ภาพรวมตลาด
ตลาดกำลังคาดการณ์ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยอีก 25 จุดในวันที่ 10 ธันวาคม และอาจผ่อนคลายนโยบายรวมเกือบ 1% จนถึงสิ้นปี 2026 เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย การที่ต้นทุนการถือครองลดลงจึงเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองมีพื้นที่ปรับตัวขึ้นได้มากขึ้น
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
นอกจากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยแล้ว ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องยังเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะที่ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ยังคงกระตุ้นความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย สังเกตได้จากการที่ทุกครั้งที่ราคาปรับตัวลงเล็กน้อย มักมีผู้ซื้อเข้ามารองรับอย่างรวดเร็ว
ความหมายต่อราคาทอง
จากมุมมองเชิงเทคนิค แนวต้านถัดไปอยู่ที่ระดับ $4,264 หากทะลุขึ้นไปได้ จะเปิดโอกาสทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $4,380 ด้านล่างมีแนวรับสำคัญที่ระดับ $4,007 และ $3,997 โมเมนตัมยังเอื้ออำนวยต่อฝ่ายซื้อ โดยตัวชี้วัดทางเทคนิคบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การขึ้นแบบรุนแรงเกินไป
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดจะติดตามการสื่อสารของ Fed อย่างใกล้ชิด รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงทั่วโลก ตราบใดที่ Fed ยังคงท่าทีผ่อนปรนและดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า ทองคำจะยังคงได้รับแรงสนับสนุนต่อไป
สำหรับนักลงทุน
การทะลุระดับ $4,260 สะท้อนถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งของทองคำ โดยมีปัจจัยหนุนทั้งจากนโยบายการเงินและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ควรจับตาการประชุม Fed ในเดือนธันวาคมและความเคลื่อนไหวของดอลลาร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของทองคำในระยะถัดไป

