กลับไปหน้าข่าวสาร
📈 บวกตลาดโลก

ทองคำทะยานสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ตลาดหนีความเสี่ยงหลังหุ้น-คริปโตร่วง

1 ธันวาคม 2568
ลุงดูทอง
7 views
ทองคำทะยานสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ตลาดหนีความเสี่ยงหลังหุ้น-คริปโตร่วง

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 4,225–4,240 เหรียญต่ออออนซ์ ขณะที่ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนบรรยากาศจากการไล่ตามความเสี่ยงมาสู่การถอยห่าง โดยดัชนี S&P 500 futures ร่วงลง 0.8% และคริปโตถูกขายทิ้งอย่างหนัก Bitcoin ดิ่งจาก 92,000 เหรียญสู่กลางช่วง 80,000 เหรียญ หรือลง 3.6% ส่วน Ethereum ร่วงถึง 5% สะท้อนการหมุนเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน

ภาพรวมตลาด

กระแสเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าสู่ทองคำ เงิน และโลหะมีค่าอื่นๆ อย่างรวดเร็ว แพลตตินัมปรับตัวขึ้น 1.3% ไปที่ 1,700 เหรียญต่อออนซ์ พัลเลเดียมพุ่ง 2.1–2.3% ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมอย่างทองแดงกลับซบเซาที่ 11,207 เหรียญต่อตัน สะท้อนการแยกทางอย่างชัดระหว่างสินทรัพย์ที่ตลาดใช้เป็นที่พักพิงกับสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริง

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ความกังวลหลายด้านกระตุ้นให้นักลงทุนหนีความเสี่ยง ประกอบด้วยเศรษฐกิจจีนที่ชะลอต่อเนื่อง โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตหดตัวเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ต่ำกว่า 50 จุด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งไต้หวัน-จีน-ญี่ปุ่น และการเจรจาการค้าสหรัฐ-สหภาพยุโรปที่ยังไม่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ จากการเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่และนโยบายภาษีของรัฐบาล Trump รวมถึงความกังวลหลังระบบ CME หยุดชะงักถึง 10 ชั่วโมงในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความหมายต่อราคาทอง

ทองคำยืนยันบทบาทเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและประกันพอร์ตการลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน ในช่วงตลาดหุ้นร่วงปี 2007–2009 ที่ S&P 500 ดิ่ง 56.8% ทองคำกลับขึ้น 24.8% และในช่วงวิกฤต COVID-19 ปี 2020 ที่หุ้นร่วง 33.9% ทองคำลดลงเพียง 3.6% แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่เคลื่อนไหวตรงข้ามตลาดหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วอะไรต่อ?

ตลาดจับตาว่าบรรยากาศการหนีความเสี่ยงนี้จะยืดเยื้อหรือเป็นเพียงช่วงสั้น หากความผันผวนในตลาดหุ้นและคริปโตยังคงสูง และข้อมูลเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะจากจีนยังไม่ปรับดีขึ้น ทองคำน่าจะได้แรงหนุนต่อเนื่องจากการไหลเข้าของเงินทุนที่มองหาความปลอดภัย

สำหรับนักลงทุน

ช่วงเวลาที่ตลาดหลบหนีความเสี่ยงอย่างนี้คือเหตุผลที่ควรมีทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต นักลงทุนหลายฝ่ายแนะนำให้รักษาสัดส่วนทองคำไว้ 5–15% เพื่อเพิ่มความทนทานต่อความผันผวนของสินทรัพย์อื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงครอบงำตลาด