ตลาดทองคำกายภาพในเอเชียกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ราคาสูงเกินไปสำหรับผู้ซื้อจริง แม้ราคาโลกจะอยู่ใกล้จุดสูง 7 สัปดาห์ที่ประมาณ 4,280-4,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่อินเดียและจีน ซึ่งเป็นตลาดบริโภคทองคำอันดับหนึ่งและสองของโลก กลับแสดงความลังเลอย่างชัดเจน
ภาพรวมตลาด
ในอินเดีย ส่วนลดของราคาทองในประเทศเทียบกับราคาโลกขยายตัวจาก 22 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็น 34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในหนึ่งสัปดาห์ แม้ตอนนี้จะเป็นช่วงฤดูแต่งงานซึ่งปกติเป็นช่วงเวลาที่คนซื้อทองมากที่สุดของปี ราคาทองในประเทศทำสถิติใหม่ที่ 132,776 รูปีต่อ 10 กรัม ทำให้ผู้ซื้อเลือกรอดูก่อนว่าราคาจะปรับฐานลงหรือไม่
ในจีน สถานการณ์ไม่ต่างกัน ส่วนลดขยายตัวถึง 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าอุปสงค์อ่อนแอและตลาดผันผวนสูง ปัจจัยเพิ่มเติมคือการปรับลดสิทธิยกเว้น VAT สำหรับทองที่ซื้อผ่านตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน ทำให้ร้านจิวเวลรีต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ยิ่งกดดันอุปสงค์ปลีกเพิ่ม
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
ส่วนลดที่ขยายตัวในตลาดเอเชียเป็นสัญญาณที่ตลาดมองข้ามไม่ได้ เพราะมันแสดงว่าราคาโลกกับความเต็มใจจ่ายของผู้บริโภคจริงเริ่มห่างกันมาก ในญี่ปุ่น นักลงทุนเร่งขายทำกำไรก่อนปีใหม่ ทำให้ส่วนลดสูงถึง 5.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกงยังคงมีส่วนเพิ่ม (premium) เล็กน้อย แต่โดยรวมแล้ว ตลาดเอเชียกำลังเหนื่อยกับราคาสูง
ความหมายต่อราคาทอง
อุปสงค์กายภาพที่อ่อนแอในเอเชียเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นที่สำคัญ เพราะแม้ราคาจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยมหภาค เช่น นโยบายของ Fed แต่ในที่สุดต้องมีผู้ซื้อจริงรองรับ หากผู้บริโภครายใหญ่สองตลาดถอยห่างออก แรงผลักดันราคาขึ้นเพิ่มก็จะจำกัด
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดกำลังจับตาว่าราคาจะปรับฐานลงพอให้อุปสงค์กายภาพกลับมาหรือไม่ หากราคาลงมาแล้วผู้ซื้อในอินเดียและจีนเริ่มกลับเข้ามา นั่นอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่ในระยะใกล้ ความเสี่ยงที่ราคาจะ consolidate หรือปรับฐานลงยังคงมีอยู่
สำหรับนักลงทุน
อุปสงค์กายภาพคือหัวใจของตลาดทองคำ เมื่อผู้ซื้อจริงถอยห่าง แม้ราคาจะยังสูง แต่แรงขับเคลื่อนก็อาจไม่ยั่งยืน หากราคาปรับฐานลงและอุปสงค์ฟื้นตัว นั่นอาจเป็นโอกาสสะสมในระยะยาว แต่ตอนนี้ควรระวังความผันผวนระยะสั้น
