ธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำอย่าง Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำสำหรับปลายปี 2026 เป็น $4,900 ต่อออนซ์ จากเดิมที่คาดไว้ที่ $4,300 ซึ่งหมายความว่าทองคำยังมีโอกาสทะยานเพิ่มอีกประมาณ 20% จากระดับปัจจุบันที่อยู่ราว $4,280-4,300 แม้ว่าราคาจะพุ่งขึ้นไปเกือบ 60% แล้วตลอดปี 2025
ปัจจัยที่ยังหนุนทองคำต่อเนื่อง
Goldman Sachs ชี้ว่าการเติบโตของราคาทองในปี 2026 จะมาจากปัจจัยโครงสร้างสามด้านหลัก ประการแรกคือการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ ประการที่สองคือกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปีนี้มีเงินไหลเข้ากว่า 700 ตัน มูลค่าราว 77,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงตลาดขาขึ้นครั้งก่อน แสดงว่ายังมีที่ว่างให้เติบโตอีกมาก และประการสุดท้ายคือความต้องการกระจายความเสี่ยงจากนักลงทุนสถาบันท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
วงจรลดดอกเบี้ยของ Fed ยังเป็นแรงหนุนสำคัญ
นอกจากปัจจัยโครงสร้างแล้ว Goldman Sachs ยังมองว่าวงจรการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยืดเยื้อจะช่วยลดต้นทุนการถือครองทองคำ ทำให้สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยต่ำเอื้อต่อสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ Bank of America ที่คาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 2 ครั้งในปี 2026 รวมถึง UBS ที่ประเมินว่าราคาทองจะแตะ $4,200 ในกลางปี 2025 ก่อนมุ่งสู่ระดับที่สูงขึ้น
ทองคำโดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่ปี 1971
World Gold Council ระบุว่าทองคำมีผลตอบแทนที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหนึ่งนับตั้งแต่ปี 1971 ในปี 2025 และยังมีโอกาสเติบโตต่อในปี 2026 จากปัจจัยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา อาทิ ความไม่แน่นอนในนโยบายของ Fed และความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งอาจทำให้ค่าพรีเมียมจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงชั่วคราว
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดกำลังจับตาว่าราคาทองคำจะสามารถทะลุระดับ $4,400-4,500 ในระยะถัดไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อปัจจัยหนุนทั้งด้านโครงสร้างและนโยบายการเงินยังชัดเจน ขณะที่ความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์และนโยบาย Fed ยังคงเป็นตัวแปรที่ต้องติดตาม
สำหรับนักลงทุน
การที่สถาบันการเงินชั้นนำปรับเป้าหมายราคาขึ้นแม้ทองพุ่งไปแล้วเกือบ 60% สะท้อนว่าปัจจัยโครงสร้างยังแข็งแกร่ง นักลงทุนควรจับตาพฤติกรรมการซื้อของธนาคารกลาง กระแสเงินเข้า ETF และทิศทางนโยบาย Fed ในช่วงปีหน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าทองจะไปถึง $4,900 ได้จริงหรือไม่
