เงินบาทแข็งค่าพุ่งแตะ 32 ต่อดอลลาร์ ขึ้นไป 1% ในหนึ่งสัปดาห์ และแข็งสะสม 7% นับตั้งแต่ต้นปี โดยแรงกดดันหลักมาจากพ่อค้าทองคำที่ต้องแลกเงินตราต่างประเทศเป็นบาทเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน หลังราคาทองโลกปรับตัวพุ่งกว่า 4% ในช่วงเดียวกัน ประกอบกับดอลลาร์อ่อนตัวลงจากการคาดการณ์นโยบาย Fed และกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทย
ภาพรวมตลาด
การที่ราคาทองโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้ผู้ค้าทองในไทยต้องเร่งแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นบาทเพื่อรองรับธุรกรรมซื้อขายทองคำ สิ่งนี้กลายเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญที่ทำให้บาทแข็งค่าเร็วกว่าที่คาด ขณะที่ผู้ส่งออกเองก็เร่งขายเงินตราเพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น ทั้งหมดนี้รวมกันสร้างแรงกดดันให้บาทแข็งแรงจนเริ่มกระทบต่อการส่งออก
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
นอกจากธุรกรรมทองคำแล้ว การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐตามการปรับคาดการณ์นโยบายการเงินของ Fed ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกด้านหนึ่ง ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทยก็ช่วยเสริมแรงให้บาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเริ่มมองว่าเรื่องนี้ต้องเข้ามาจัดการ โดยเฉพาะธุรกรรมทองคำที่มีขนาดใหญ่และเคลื่อนไหวเร็ว
ความหมายต่อราคาทอง
ธปท.เสนอมาตรการสามแนวทางต่อกระทรวงการคลัง ได้แก่ ขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศจาก 1 ล้านเป็น 10 ล้านดอลลาร์ต่อครั้ง (คาดใช้ได้ปลายปี 2025) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ธุรกิจและลดแรงกดดันบาทแข็ง อีกสองมาตรการคือ กำชับสถาบันการเงินตรวจสอบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับทองคำก่อนรับทำ และเสนอให้พ่อค้าทองรายใหญ่รายงานธุรกรรมเพื่อติดตามผลกระทบต่อค่าเงินบาท
ในระยะสั้น มาตรการนี้อาจทำให้ธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ช้าลงและต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง อาจส่งผลให้ช่องว่างราคาซื้อ-ขายกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ในระยะยาว หากสามารถลดความผันผวนของบาทได้ ก็อาจช่วยให้ตลาดทองคำไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวไม่ได้กระทบปัจจัยพื้นฐานของราคาทองโลก
แล้วอะไรต่อ?
ธนาคารกลางระบุจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมเข้าควบคุมความผันผวนของบาทเพื่อลดผลกระทบต่อภาคส่งออก มาตรการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ในการจำกัดผลกระทบจากการเก็งกำไรทองคำที่ส่งผลต่อค่าเงิน และปิดช่องทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดนที่อาจใช้ทองคำเป็นเครื่องมือ ตลาดจะจับตาว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อสภาพคล่องของตลาดทองคำไทยมากน้อยแค่ไหน
สำหรับนักลงทุน
มาตรการนี้ไม่ได้มุ่งกดราคาทอง แต่เพื่อคุมความผันผวนของบาทที่เกิดจากธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ ผู้ลงทุนควรติดตามว่ามาตรการจะมีผลบังคับใช้เมื่อไร และส่งผลต่อต้นทุนการซื้อขายทองในประเทศอย่างไร โดยเฉพาะในกรณีที่มีการซื้อขายปริมาณมาก

