ราคาทองคำเคลื่อนไหวแคบๆ ใกล้ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงดึงสองทาง ขณะที่ตลาดรอลุ้นดัชนีเงินเฟ้อ PCE ที่กำลังจะออกในวันนี้ ก่อนประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สัปดาห์หน้า
ภาพรวมตลาด
เมื่อวานราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 4,203–4,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดของทองคำสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ แต่ถูกดึงกลับจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีที่พุ่งขึ้นมาที่ 4.104% สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะส่งผลลบต่อทองคำที่ไม่ให้ดอกผล
รอผลเงินเฟ้อและมติ Fed
สิ่งที่ตลาดจับตาตอนนี้คือดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้เป็นหลักในการตัดสินใจนโยบาย นักวิเคราะห์คาดว่าค่าเงินเฟ้อแกนจะอยู่ที่ 2.9% เท่าเดิมกับเดือนก่อนหน้า ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 9–10 ธันวาคม ซึ่งตลาดประเมินโอกาสสูงถึง 90% ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยอีก 25 จุดฐาน
ข้อมูลตลาดแรงงานที่ออกมาล่าสุดส่งสัญญาณผสมผสาน ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงสู่ 191,000 ราย ต่ำสุดในรอบ 3 ปี แสดงว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง แต่รายงาน ADP กลับบ่งชี้ว่าการจ้างงานภาคเอกชนหดตัว 32,000 ตำแหน่ง มากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง
ความหมายต่อราคาทอง
หากข้อมูล PCE ออกมาอ่อนกว่าคาด จะเสริมความเชื่อมั่นว่า Fed จะยังคงเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เพราะสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยต่ำทำให้ต้นทุนการถือทองลดลง และอาจผลักดันราคาพุ่งสู่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ แต่ถ้าตัวเลขแข็งแกร่งเกินคาด อาจเห็นการขายทำกำไรระยะสั้น โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,124–4,100 ดอลลาร์
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดคาดว่าความผันผวนจะเพิ่มขึ้นใน 24–48 ชั่วโมงข้างหน้า หลังข้อมูล PCE ออกมา ถัดจากนั้นสัปดาห์หน้าการประชุม Fed จะเป็นตัวชี้ขาด ไม่ว่า Fed จะออกมาท่าทีผ่อนคลาย (dovish) หรือระมัดระวังมากขึ้น ล้วนจะส่งผลต่อทิศทางทองคำในช่วงปลายปี
สำหรับนักลงทุน
ราคาทองยังคงเหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในระดับกลาง แต่การเคลื่อนไหวระยะสั้นจะขึ้นกับผลเงินเฟ้อและน้ำเสียงของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไป ควรติดตามดัชนี PCE วันนี้และคำแถลงจาก Fed สัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด

