ทองคำยังคงโครงสร้างขาขึ้น แต่กำลังเข้าสู่โซนวิกฤตที่จะบอกว่าตลาดจะไปต่อหรือหยุดพัก หลังจากทะลุจุดสูงสุดเดิมและเจาะแนวต้านสำคัญ ขณะนี้ราคาชนกำแพงใหม่ที่ $4,245–$4,273 ต่อออนซ์ (ทองไทยราว 64,450–64,600 บาท) ซึ่งหากทะลุได้อาจเปิดทางสู่ $4,300–$4,433 แต่ตัวชี้วัดเริ่มส่งสัญญาณเตือน
ภาพรวมเทคนิคัล
แม้เทรนด์หลักยังขาขึ้น แต่ stochastic เข้าสู่โซน overbought และโมเมนตัมเชิงบวกบนกราฟรายวันเริ่มลดลง สะท้อนว่าแรงซื้อไม่แข็งแกร่งเท่าช่วงก่อนหน้า ตลาดอาจใช้เวลาพักฐานหรือปรับตัวลงชั่วคระก่อนตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือไม่ February gold futures กำลังใกล้ปิดเหนือจุดสูงสุดของสัญญา ขณะที่ Wyckoff's Market Rating ยืนที่ 8.0 แสดงว่า momentum โดยรวมยังแข็งแกร่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะขึ้นตรงไปตรงมา
แนวรับที่ต้องเฝ้าดู
หากราคาไม่ทะลุแนวต้านได้ในครั้งนี้ แนวรับแรกที่ตลาดจับตาคือ $4,200 ซึ่งเป็นทั้งระดับจิตวิทยาและอาจเป็นแนวต้านเดิมที่คาดว่าจะกลายเป็นแนวรับตามหลักการ market memory หากหลุด $4,200 แนวถัดไปคือ $4,180 ซึ่งถ้าทะลุลงไปจะเปิดโอกาสให้ราคาเข้าสู่โหมด sideway แทนที่จะขึ้นต่อ การหลุด $3,950 จะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทรนด์เริ่มเปลี่ยน แต่ในขณะนี้ระดับดังกล่าวยังห่างไกล
ความหมายต่อราคาทอง
ตลาดกำลังอยู่ในช่วงทดสอบความแข็งแกร่งของเทรนด์ขาขึ้น ราคาสูงแล้ว และตัวชี้วัดเริ่มส่งสัญญาณเตือน ทำให้นักลงทุนต้องตัดสินใจว่าจะไล่ซื้อต่อหรือรอจังหวะที่ดีกว่า ในระยะสั้นอาจเห็น choppiness หรือความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนที่อาจมี order flow พิเศษ
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดจับตาว่าราคาจะทะลุ $4,273 ไปได้หรือไม่ หากทะลุ เป้าหมายถัดไปคือโซน $4,300–$4,433 ซึ่งอาจเป็นจุดสูงสุดประวัติการณ์ใหม่ แต่หากไม่ทะลุและราคากลับลง การทดสอบแนวรับ $4,200 จะเป็นจุดสำคัญที่บอกว่าตลาดยังแข็งแกร่งหรือเริ่มอ่อนตัว
สำหรับนักลงทุน
ในระยะสั้น นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ wait for pullback แทนการไล่ซื้อที่ราคาสูง และหลีกเลี่ยงการเปิด short position ในสภาวะที่เทรนด์ยังขาขึ้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว โมเมนตัมโดยรวมยังคงอยู่ แนะนำถือครองและใช้จังหวะปรับฐานเป็นโอกาสสะสม โดยติดตามแนวรับ $4,200 และ $4,180 เป็นจุดสังเกตสำคัญ

